ฟิล โฟเด้น แนวรุกตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดใจว่าต้องการกลับไปมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง หลังเริ่มเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในช่วงต้นฤดูกาล 2026-27 พร้อมหวังว่าผลงานในสนามจะเข้าตา โธมัส ทูเคิ่ล เฮดโค้ชทัพ “สิงโตคำราม” และได้รับโอกาสกลับไปรับใช้ชาติในเร็ววันนี้
ดาวเตะวัย 25 ปี เคยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2023-24 ด้วยการยิงไปถึง 27 ประตูจากทุกรายการ พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจากสองสถาบันหลัก ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลที่ผ่านมา โฟเด้น ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากและไม่สามารถรักษามาตรฐานการเล่นได้เหมือนเดิม แต่เจ้าตัวเชื่อว่าตอนนี้กำลังกลับมาค้นพบฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดอีกครั้ง โดยเฉพาะจากผลงานระยะหลังภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมคนใหม่
โฟเด้น กล่าวในงานแถลงข่าวก่อนเกมที่ แมนฯ ซิตี้ มีโปรแกรมพบ แอร์เบ ไลป์ซิก ในวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า “ผมหวังว่าจะสามารถกลับไปอยู่ในระดับนั้นได้อีกครั้ง ผมคิดว่าผลงานในช่วงหลังเริ่มทำให้เข้าใกล้จุดนั้นแล้ว และหวังว่าจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
- อย่าหยุด!’ตีเลอมันส์’ เร้าผีสานต่อฟอร์มเก่งหลังทุบโรม่า
- ไม่โกรธ!’คุนญ่า’ เสียดายโดนแดงอดร่วมฉลองชัยผี
- ‘กัคโป’ ยันไม่เคืองหงส์ไม่เกือบถูกขายทิ้งช่วงซัมเมอร์
“การทำประตูหรือมีส่วนร่วมกับการทำประตูช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มาก เมื่อคุณได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ คุณก็จะเริ่มจับจังหวะของตัวเองได้ และทุกอย่างจะค่อย ๆ เข้าที่เข้าทาง”
“การได้เล่นร่วมกับนักเตะที่มีสไตล์คล้ายกันก็ช่วยได้มากเช่นกัน เพราะคุณสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเพื่อนร่วมทีมกำลังจะทำอะไร โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดมาก สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยอย่างแน่นอน”
ขณะเดียวกัน การไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษนับตั้งแต่ช่วงฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งความผิดหวังของแนวรุกเรือใบสีฟ้า แต่เจ้าตัวยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่น พร้อมเดินหน้าทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อรอโอกาสกลับมาสวมเสื้อทีมชาติอีกครั้ง
“ฟุตบอลมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ สิ่งเดียวที่คุณทำได้คือพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดในสนาม และรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองเอาไว้”
“นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังพยายามทำ ผมมุ่งมั่นกับฟอร์มการเล่นของตัวเอง และหวังว่าสักวันหนึ่งโอกาสที่จะได้กลับไปติดทีมชาติอังกฤษจะมาถึงในเร็วๆ นี้”