Home 365kubx
LINE: @365KUBx

แซมบ้าลุ้นหนัก ‘เนย์มาร์’ เจ็บน่องส่อพลาดนัดเปิดบอลโลก

ทีมชาติบราซิลต้องเผชิญความกังวลครั้งใหญ่ก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 เมื่อ เนย์มาร์ ดาวเตะคนสำคัญมีอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อน่อง จนอาจพลาดลงสนามในเกมนัดเปิดสนามที่จะพบกับโมร็อกโก วันที่ 13 มิถุนายนนี้

ก่อนหน้านี้ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือทัพ “แซมบ้า” ได้ประกาศรายชื่อ 26 นักเตะชุดลุยเวิลด์คัพ โดยมีชื่อของ เนย์มาร์ ติดทีมมาด้วย ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอลบางส่วนที่มองว่า ชูเอา เปโดร ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นกับทีมชาติในช่วงหลัง สมควรได้รับโอกาสมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การกลับมาติดทีมชาติของดาวยิงวัย 34 ปี อาจกลายเป็นปัญหาเมื่อผลการตรวจอย่างละเอียดพบว่าเขาได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อน่อง โดยทีมแพทย์ของบราซิลประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นราว 2-3 สัปดาห์ ทำให้โอกาสลงเล่นในเกมแรกของทัวร์นาเมนต์ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

สำหรับ เนย์มาร์ ถึงกับหลั่งน้ำตาระหว่างการประกาศรายชื่อทีมชาติ หลังได้รับโอกาสกลับมารับใช้ชาติในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นรายการสำคัญหลังจากต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากจากอาการบาดเจ็บต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาดระหว่างค้าแข้งกับ อัล ฮิลาล ในซาอุดีอาระเบีย เจ้าตัวต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน และมีปัญหาสภาพร่างกายรบกวนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลงสนามให้ต้นสังกัดได้เพียง 7 นัดตลอดช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมา

ขณะนี้ทีมงานของบราซิลกำลังติดตามอาการของ เนย์มาร์ อย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าดาวเตะเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติจะฟื้นตัวได้ทันเวลา เพื่อช่วยทีมไล่ล่าความสำเร็จในฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

‘อาร์เตต้า’ รับเสียดายปืนพลาดแชมป์ชี้ทีมควรได้จุดโทษ

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซน่อล ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังและยากจะทำใจ หลังทัพ “ปืนใหญ่” พลาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างน่าเสียดาย ด้วยการพ่ายต่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในการดวลจุดโทษตัดสินรอบชิงชนะเลิศ

เกมนัดชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างสูสี โดยทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ในเวลา 90 นาที ก่อนจะยังไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 120 นาที ส่งผลให้ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการยิงจุดโทษ และเป็น เปแอสเช ที่แม่นยำกว่า เอาชนะไปได้ 4-3 หลัง เอเบเรชี่ เอเซ่ และ กาเบรียล มากัลเญส สังหารพลาด

กุนซือชาวสเปนเปิดใจหลังจบเกมว่า การต้องจบเส้นทางในรายการนี้ด้วยความพ่ายแพ้จากการดวลจุดโทษเป็นเรื่องที่เจ็บปวดอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอดเส้นทางจนถึงรอบชิงชนะเลิศ

“มันเป็นเรื่องยากมากที่จะยอมรับ เมื่อคุณเล่นได้อย่างสม่ำเสมอและยอดเยี่ยมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ แต่สุดท้ายกลับพลาดถ้วยแชมป์เพราะการดวลจุดโทษ มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดจริง ๆ” อาร์เตต้ากล่าว

นอกจากนี้ อาร์เตต้ายังแสดงความไม่พอใจกับจังหวะปัญหาที่เกิดขึ้นในเกม โดยมองว่า อาร์เซน่อล น่าจะได้รับจุดโทษจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานการตัดสินที่ไม่สม่ำเสมอของผู้ตัดสินในฤดูกาลนี้

“หลังจากได้ดูภาพย้อนหลัง ผมคิดว่ามันมีเหตุผลเพียงพอที่จะเป็นจุดโทษ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหลายจังหวะที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ กรณีของ คริสเตียน มอสเกร่า ก็เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการตัดสิน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในเกมระดับนี้”

‘เอ็นรีเก้’ ขึ้นแท่นกุนซือคนที่ 5 คว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัย

หลุยส์ เอ็นรีเก้ สร้างชื่อเป็นหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรป หลังพา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอาชนะ อาร์เซน่อล ในการดวลจุดโทษ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2026 ที่กรุงบูดาเปสต์ พร้อมคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 3 ในเส้นทางอาชีพการคุมทีม

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ เอ็นรีเก้ กลายเป็นกุนซือคนที่ 5 เท่านั้นที่สามารถคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ถึง 3 ครั้ง ต่อจากยอดโค้ชระดับตำนานอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, บ็อบ เพสลี่ย์, ซีเนดีน ซีดาน และ คาร์โล อันเชล็อตติ

แม้จะก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่มกุนซือระดับสูงสุดของวงการ แต่สถิติการคว้าแชมป์มากที่สุดยังคงเป็นของ คาร์โล อันเชล็อตติ ที่เคยพา เอซี มิลาน และ เรอัล มาดริด คว้าถ้วยบิ๊กเอียร์รวมกันถึง 5 สมัย

สำหรับแชมป์ครั้งล่าสุดถือเป็นการป้องกันแชมป์ของ เอ็นรีเก้ หลังจากเมื่อฤดูกาลก่อนเขาเพิ่งพา เปแอสเช คว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ ขณะที่แชมป์อีกสมัยมาจากการคุม บาร์เซโลน่า ครองความยิ่งใหญ่ในปี 2015

นอกจากนี้ กุนซือชาวสเปนยังกลายเป็นหนึ่งใน 7 ผู้จัดการทีมที่สามารถคว้าแชมป์รายการนี้กับมากกว่าหนึ่งสโมสร โดยเข้าร่วมกลุ่มเดียวกับ เอิร์นส์ ฮัปเปิ้ล, จุ๊ปป์ ไฮย์เกส, อ็อตต์มาร์ ฮิตซ์เฟลด์, โชเซ่ มูรินโญ่, คาร์โล อันเชล็อตติ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ขณะเดียวกัน อันเชล็อตติ และ กวาร์ดิโอล่า ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มกุนซือระดับตำนานที่เคยสัมผัสแชมป์รายการนี้ทั้งในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม ร่วมกับ โยฮัน ครัฟฟ์, มิเกล มูนญอซ, แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด, จิโอวานนี่ ตราปัตโตนี่ และ ซีเนดีน ซีดาน

การคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ของ เอ็นรีเก้ ไม่เพียงตอกย้ำความสำเร็จของ เปแอสเช บนเวทียุโรปเท่านั้น แต่ยังส่งให้ชื่อของเขาถูกจารึกเคียงข้างเหล่ากุนซือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรปอย่างสมบูรณ์แบบ

โค้ชที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ / ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

1. คาร์โล อันเชล็อตติ (อิตาลี) 5 สมัย : เอซี มิลาน 2003, 2007; เรอัล มาดริด 2014, 2022, 2024

2. บ็อบ เพสลี่ย์ (อังกฤษ) 3 สมัย : ลิเวอร์พูล 1977, 1978, 1981

2. ซีเนดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส) 3 สมัย : เรอัล มาดริด 2016, 2017, 2018

2. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (สเปน) 3 สมัย : บาร์เซโลน่า 2009, 2011; แมนฯ ซิตี้ 2023

2. หลุยส์ เอ็นรีเก้ (สเปน) 3 สมัย : บาร์เซโลน่า 2015; ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2025, 2026

ว่ากันใหม่!’ไรซ์’ รับเจ็บปวดปืนอกหักชวดแชมป์ UCL

เดแคลน ไรซ์ แข้งตัวเก่งของอาร์เซน่อล ยอมรับว่าการพลาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างน่าเสียดายจากการดวลจุดโทษกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ แต่ยืนยันว่าทัพ “ปืนใหญ่” จะนำประสบการณ์ครั้งนี้มาเป็นแรงผลักดันเพื่อกลับมาลุ้นความสำเร็จอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

อาร์เซน่อลทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศถ้วยยุโรปใบใหญ่ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ก่อนจะต้องอกหักในช่วงการดวลจุดโทษ ส่งผลให้ความฝันในการคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกของสโมสรต้องถูกเลื่อนออกไป

ไรซ์เปิดเผยหลังจบเกมว่า ความรู้สึกในเวลานี้เต็มไปด้วยความเสียใจ แต่ก็ยังมองเห็นพัฒนาการอันยอดเยี่ยมของทีมตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา

“มันเป็นความเจ็บปวดอย่างมากที่ต้องแพ้ในรอบชิงชนะเลิศด้วยการดวลจุดโทษ แต่เมื่อมองภาพรวม เราต้องยอมรับว่าเราพัฒนาขึ้นมากแค่ไหนในฐานะทีม เราทุ่มเททุกอย่างแล้ว และสามารถยื้อเกมไปจนถึงช่วงตัดสินด้วยจุดโทษ ซึ่งบางครั้งก็เหมือนการวัดดวงในเกมฟุตบอล”ไรซ์กล่าว

มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษยังกล่าวถึงเพื่อนร่วมทีมอย่าง กาเบรียล มากัลเญซ และ เอเบเรชี่ เอเซ่ ที่ยิงจุดโทษพลาดว่า ทุกคนในทีมยังคงให้กำลังใจและพร้อมยืนเคียงข้างทั้งคู่

“พวกเขาเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีใครตำหนิพวกเขา ฟุตบอลเป็นแบบนี้ได้เสมอ เรารักพวกเขาและสนับสนุนพวกเขาเต็มที่ หากไม่มีทั้งสองคน เราคงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ในฤดูกาลที่ผ่านมา”

นอกจากนี้ ไรซ์ยังพูดถึงจังหวะปัญหาที่ โนนี่ มาดูเอเก้ ล้มลงในกรอบเขตโทษหลังปะทะกับ นูโน่ เมนเดส ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงว่าควรเป็นจุดโทษหรือไม่ โดยยอมรับว่าจากมุมมองในสนาม เขาเชื่อว่าเป็นการฟาวล์ แต่สุดท้ายผู้ตัดสินและ VAR มองว่าไม่ชัดเจนเพียงพอ

“ตอนนั้นผมคิดว่ากรรมการอาจจะไปดูภาพซ้ำ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เกิดขึ้น เราเชื่อว่ามันควรเป็นจุดโทษ แต่ต้องเคารพการตัดสิน”

ไรซ์ยังกล่าวชื่นชม เปแอสเช ที่สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ หลังจากพยายามไล่ล่าความสำเร็จในเวทียุโรปมาอย่างยาวนาน

“พวกเขาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม มีผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม และมีนักเตะคุณภาพมากมาย พวกเขาผ่านความผิดหวังมาหลายครั้ง และครั้งนี้เป็นช่วงเวลาของพวกเขา เราขอแสดงความยินดี แต่เราก็จะพยายามต่อไปเพื่อให้ถึงจุดนั้นเช่นกัน”

สำหรับบรรยากาศในห้องแต่งตัวหลังจบเกม ไรซ์เผยว่า มิเกล อาร์เตต้า รู้สึกผิดหวังไม่ต่างจากลูกทีมทุกคน แต่ยังคงเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในผลงานของทีมตลอดฤดูกาล

“ผู้จัดการทีมบอกว่าเขารักพวกเรามากแค่ไหน และภูมิใจกับสิ่งที่เราทำมาตลอดปีนี้ เราเล่นด้วยหัวใจและทุ่มเทเต็มร้อยในทุกนัด”

“ฤดูกาลนี้แสดงให้เห็นว่าเราเติบโตขึ้นมาก เราคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ และแม้เป้าหมายต่อไปจะยังไม่เป็นจริงในครั้งนี้ แต่นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เราจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน”

หักมุม!หงส์ปลด ‘สล็อท’ พ้นนายใหญ่มีผลทันที

สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อ ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศแยกทางกับ อาร์เน่ สล็อท กุนซือชาวดัตช์อย่างเป็นทางการ ทั้งที่เจ้าตัวยังเหลือสัญญากับสโมสรอีก 1 ปี และเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024-25 ได้สำเร็จ

“สโมสรลิเวอร์พูลขอยืนยันว่า อาร์เน่ สล็อท ได้อำลาตำแหน่งหัวหน้าโค้ชโดยมีผลทันที โดยกระบวนการสรรหาผู้จัดการทีมคนใหม่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้”แถลงการณ์จากสโมสรระบุ

นอกจากนี้ “หงส์แดง” ยังกล่าวขอบคุณต่อผลงานและความทุ่มเทของกุนซือวัย 47 ปี ที่สามารถนำทีมกลับมาครองแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้อีกครั้ง

“เขาจากไปในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก และทุกคนในสโมสรขอขอบคุณสำหรับความทุ่มเท ความมุ่งมั่น และผลงานที่ยอดเยี่ยมตลอดช่วงเวลาที่ร่วมงานกัน”

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในแถลงการณ์ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารสโมสรเชื่อว่าทีมจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง แม้ผลงานในสนามจะประสบความสำเร็จก็ตาม

“ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราได้พบกับอาร์เน่ เราเห็นได้ชัดว่าเขาเป็นบุคคลที่พร้อมรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างเต็มที่”

“เขาตอบรับความท้าทายในการเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูล นำพาสโมสรคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา เขาต้องรับมือกับแรงกดดันและความท้าทายมากมาย”

“หลังจากประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สโมสรสามารถก้าวไปข้างหน้าได้”

“นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย แต่เรามองว่าทิศทางของทีมในอนาคตจะดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้”

ลิเวอร์พูลยังย้ำว่าการแยกทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลดทอนคุณค่าหรือความสามารถของสล็อทแต่อย่างใด

“การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงความสามารถของ อาร์เน่ สล็อท หรือความเคารพที่เรามีต่อเขา แต่เป็นเพียงการบ่งชี้ว่าสโมสรต้องการแนวทางใหม่ในการพัฒนาทีมต่อไป”

สิงห์เปิดศึกไล่ล่าตัว ‘โกนาเต้’ เสริมเกมรับ

เชลซี กลายเป็นสโมสรล่าสุดที่ตกเป็นข่าวให้ความสนใจคว้าตัว อิบราฮิม่า โกนาเต้ ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศสของ ลิเวอร์พูล หลังสถานการณ์การต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดยังไม่มีความคืบหน้า

รายงานจากสื่อชั้นนำของฝรั่งเศสระบุว่า แนวรับวัย 27 ปี กำลังเผชิญความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตในถิ่นแอนฟิลด์ โดยการเจรจาเรื่องสัญญาใหม่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ส่งผลให้มีโอกาสที่เจ้าตัวจะอำลาทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อสัญญาปัจจุบันสิ้นสุดลง

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรปจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด โดยนอกจาก เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ที่ให้ความสนใจอยู่ก่อนแล้ว ล่าสุด เชลซี ก็พร้อมกระโดดเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อแย่งลายเซ็นของกองหลังรายนี้เช่นกัน

“สิงห์บลูส์” มองว่า โกนาเต้ จะเข้ามาเพิ่มประสบการณ์และความแข็งแกร่งให้กับแนวรับของทีม หลังจากพลาดโอกาสลงเล่นในฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้า และกำลังมองหาผู้เล่นคุณภาพเพื่อยกระดับขุมกำลัง

ขณะเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่า โกนาเต้ อาจตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองให้แล้วเสร็จก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉากขึ้น เพื่อให้สามารถโฟกัสกับภารกิจในนามทีมชาติได้อย่างเต็มที่

ทีเด็ดบอลเต็งวันนี้ ทีเด็ดบอลสเต็ป VIP จากเซียนดังฟรี (30 พ.ค. 69)

หากคุณกำลังมองหา ทีเด็ดบอลเต็งแม่นๆ ฟรี แบบไม่ต้องเสียเวลาอ่านบทวิเคราะห์ยาวๆ ที่นี่คือคำตอบสำหรับคุณ สมาชิก 365kub สามารถติดตาม ทีเด็ดบอลฟรี แจกให้ทุกวันก่อนการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น แนวทางทีเด็ดบอลเต็งหรือทีเด็ดบอลสเต็ป เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และสายวิเคราะห์ที่ต้องการข้อมูลกระชับ เข้าใจง่าย อัปเดตสดใหม่ทุกวัน

ทีเด็ดบอลเต็ง วันที่ 30 พฤษภาคม 2569

คู่ที่ เวลา ลีก คู่แข่งขัน ทีเด็ด สกอร์ที่คาด ความมั่นใจ (%)
1 20:00 สวีเดน ออลสเวนส์คาน AIK โซลน่า vs ซิริอุส ซิริอุส ต่อ 0/0.5 0-1 85%
2 20:00 สวีเดน ออลสเวนส์คาน มัลโม่ vs ฮาล์มสตัด ฮาล์มสตัด รอง 1 1-1 82%
3 21:00 นอร์เวย์ อีลิทเซเรียน โมลด์ vs ซานเดฟยอร์ด โมลด์ ต่อ 1 2-0 85%
4 22:59 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เปแอสเช vs อาร์เซน่อล อาร์เซน่อล รอง 0/0.5 1-2 84%

ทีเด็ดบอลสเต็ป 3 คู่

คู่ที่ คู่แข่งขัน ราคา ทีเด็ด ทรรศนะฟุตบอล
1 AIK โซลน่า vs ซิริอุส ซิริอุส ต่อ 0/0.5 ต่อ ซิริอุส ซิริอุสโชว์โหด
2 เปแอสเช vs อาร์เซน่อล เปแอสเช ต่อ 0/0.5 รอง อาร์เซน่อล ปืนเชียร์ไหว
3 ลาห์ติ vs อิลเวส ลาห์ติ ต่อ เสมอ รอง อิลเวส อิลเวสไม่พลาดท่า

เครดิตเซียน : พี่กี้พารวย

อัปเดต ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ ทุกลีกดังไม่ว่าจะเป็นลีกยุโรป ลีกเอเชีย และแมตช์ทีมชาติ ไม่พลาดทุกเกมสำคัญ วิเคราะห์เจาะลึกจากเซียนชื่อดัง แจกฟรี ไม่มีค่าสมัคร ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง สรุปข้อมูลเข้าใจง่าย เหมาะทั้งมือใหม่และมือโปร

สถิติฟ้อง!’เปแอสเช’ สดกว่า ‘ปืน’ ก่อนดวลเดือดนัดชิง UCL

สื่ออังกฤษเผยข้อมูลน่าสนใจก่อนศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ โดยระบุว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจมีข้อได้เปรียบเหนือ อาร์เซน่อล ในเรื่องสภาพความฟิตและความสดของนักเตะ หลังจากมีภาระการลงสนามตลอดฤดูกาลน้อยกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด

รายงานจากบีบีซีได้วิเคราะห์ปัจจัยสำคัญก่อนเกมนัดตัดสินแชมป์ยุโรประหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ อาร์เซน่อล ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองคือเรื่องความพร้อมทางร่างกายของผู้เล่นทั้งสองฝ่าย หลังตัวเลขการใช้งานนักเตะตลอดฤดูกาลมีความแตกต่างกันอย่างมาก

ข้อมูลระบุว่า เปแอสเช ลงสนามรวมทุกรายการ 56 นัด ขณะที่ อาร์เซน่อล ต้องลงเล่นมากถึง 63 นัด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือจำนวนนาทีรวมของผู้เล่นทั้งสองทีม ซึ่งสะท้อนภาระการใช้งานตลอดฤดูกาลได้ชัดเจนกว่าเพียงจำนวนแมตช์

หลุยส์ เอ็นรีเก้ กุนซือชาวสเปนของทีมดังจากฝรั่งเศส ใช้นโยบายหมุนเวียนนักเตะอย่างต่อเนื่องตลอดซีซั่น ทำให้บรรดาแข้งตัวหลักได้รับโอกาสพักมากกว่า ส่งผลให้เวลาการลงสนามรวมของนักเตะเปแอสเชน้อยกว่าผู้เล่นอาร์เซน่อลเกือบ 7,000 นาที

ตัวเลขดังกล่าวถูกมองว่าอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในเกมรอบชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกมที่ความสดและพละกำลังของนักเตะอาจเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขัน และช่วยเพิ่มโอกาสให้ เปแอสเช ในการลุ้นคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ

‘กอร์ดอน’ ปลื้มได้สวมเสื้อบาร์ซ่าสานฝัน

แอนโธนี่ กอร์ดอน แนวรุกคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า เปิดเผยว่า การได้สวมเสื้อ “เจ้าบุญทุ่ม” คือความฝันสูงสุดที่เฝ้ารอมาตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมยอมรับว่าได้เตรียมตัวล่วงหน้าด้วยการศึกษาภาษาสเปนมาเป็นเวลานาน เพราะเชื่อมาตลอดว่าสักวันหนึ่งจะได้ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นคัมป์นู

ดาวเตะทีมชาติอังกฤษเพิ่งได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ บาร์เซโลน่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังสโมสรดังแห่งแคว้นกาตาลันบรรลุข้อตกลงคว้าตัวมาจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวรวมราว 80 ล้านยูโร

กอร์ดอน เปิดใจถึงเบื้องหลังความมุ่งมั่นที่มีต่อสโมสรว่า เขาไม่เคยปิดบังความตั้งใจในการย้ายมาเล่นให้ บาร์เซโลน่า และมักบอกคนรอบตัวอยู่เสมอว่านี่คือเป้าหมายสำคัญที่สุดในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอล

“ผมเรียนภาษาสเปนเพราะเชื่อมาตลอดว่าวันหนึ่งผมจะได้มาเล่นที่นี่ ผมเคยบอกกับนักกายภาพบำบัดที่นิวคาสเซิลอยู่เสมอว่า ผมจะย้ายมา บาร์เซโลน่า ให้ได้สักวัน ความฝันนี้อยู่กับผมมาตั้งแต่ยังเด็กมาก” กอร์ดอน กล่าว

“ผมหวังว่าเราจะสร้างช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน การได้คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ บาร์เซโลน่า คงเป็นความทรงจำที่พิเศษมาก ผมมาที่นี่เพื่อช่วยทีมคว้าทุกแชมป์ที่เป็นไปได้”

ขณะเดียวกัน กอร์ดอน ยังเผยถึงความประทับใจหลังได้พูดคุยกับ ฮันซี่ ฟลิค กุนซือคนใหม่ของทีม โดยยกย่องว่าเป็นผู้จัดการทีมที่มีความสามารถในการบริหารจัดการนักเตะได้อย่างยอดเยี่ยม

“ผมได้คุยกับ ฟลิค แล้ว และรู้สึกตื่นเต้นมาก หลังจากได้พูดคุยกัน ผมยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าเขาเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในเรื่องการดูแลและบริหารผู้เล่นภายในทีม”

‘ซาก้า’ กระหายสร้างตำนานกับปืนคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์

บูคาโย่ ซาก้า ปีกตัวเก่งของ อาร์เซน่อล ยืนยันว่าทีมมีความมุ่งมั่นเต็มที่ในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสร ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จะพบกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง วันเสาร์นี้ ณ สนาม ปุสกัส อารีน่า กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

อาร์เซน่อลเพิ่งประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี และตอนนี้พวกเขากำลังมีโอกาสเดินหน้าสร้างฤดูกาลแห่งความทรงจำ ด้วยการลุ้นถ้วย “บิ๊กเอียร์” ที่สนามปุสกัส อารีน่า กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

หากสามารถเอาชนะเปแอสเชได้สำเร็จ จะนับเป็นการคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกในประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 140 ปีของสโมสร โดยก่อนหน้านี้ อาร์เซน่อลเคยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการนี้เพียงครั้งเดียว เมื่อปี 2006 แต่ต้องพ่ายต่อบาร์เซโลน่าอย่างน่าเสียดาย

ซาก้าเปิดเผยในงานแถลงข่าวก่อนเกมว่า นักเตะทุกคนต่างตระหนักดีถึงความสำคัญของแมตช์นี้ และมองว่านี่คือโอกาสทองในการจารึกชื่อของตัวเองไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร

“พวกเรารู้ดีว่ากำลังยืนอยู่บนช่วงเวลาสำคัญของสโมสร และวันพรุ่งนี้คือโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นทีมชุดแรกที่พาอาร์เซน่อลคว้าแชมป์รายการนี้ได้ นั่นคือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเรา”ซาก้ากล่าว

ดาวเตะทีมชาติอังกฤษยังย้อนเล่าถึงเส้นทางชีวิตของตัวเอง ตั้งแต่สมัยเป็นเด็กในอะคาเดมีเฮล เอนด์ จนก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชุดใหญ่ โดยยอมรับว่าไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้อยู่ใกล้กับความสำเร็จระดับนี้มากขนาดนี้

“ตอนที่ผมอายุ 7 หรือ 8 ปี การได้แชมป์พรีเมียร์ลีกหรือแชมเปี้ยนส์ ลีกกับอาร์เซน่อลดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลมาก แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังกลายเป็นความจริง ผมตื่นเต้นกับโอกาสที่จะคว้าแชมป์อีกหนึ่งรายการ และสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับสโมสรที่ผมรัก”

ฝันวัยเด็ก!’โอเดการ์ด’ หวังพาปืนซิวถ้วย UCL สมัยแรก

มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมอาร์เซน่อล แสดงความภาคภูมิใจหลังนำทัพ “ปืนใหญ่” ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ พร้อมยืนยันว่าทีมยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ และตั้งเป้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรด้วยการคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกมาครอง

จอมทัพทีมชาตินอร์เวย์มีบทบาทสำคัญในการพาอาร์เซน่อลประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาลนี้ หลังช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี ก่อนเตรียมนำเพื่อนร่วมทีมลงสนามในเกมนัดชิงชนะเลิศรายการใหญ่ที่สุดของยุโรป

โอเดการ์ดเปิดเผยว่าการได้ร่วมเดินทางกับนักเตะชุดนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษอย่างยิ่ง พร้อมชื่นชมบรรยากาศภายในทีมที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในการประสบความสำเร็จ

“สิ่งที่พวกเราทำร่วมกันในฤดูกาลนี้เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษอย่างแท้จริง ทุกคนในทีมกำลังมีความมั่นใจและพร้อมสำหรับความท้าทายต่อไป” โอเดการ์ดกล่าว

กัปตันทีมวัย 27 ปี ยังย้ำว่าการคว้าแชมป์ลีกไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความสำเร็จ แต่เป็นแรงผลักดันให้ทุกคนต้องการเดินหน้าคว้าความสำเร็จเพิ่มเติม โดยเฉพาะการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรในเวทียุโรป

“เมื่อคุณได้สัมผัสกับความรู้สึกของการเป็นผู้ชนะและการชูถ้วยแชมป์ คุณจะยิ่งกระหายที่จะทำมันอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่พวกเรากำลังมุ่งมั่น และมันมีความหมายอย่างมากสำหรับทุกคนในสโมสร”

“ผมฝันถึงช่วงเวลาแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่วันที่ยังวิ่งเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ ในสวนสาธารณะ การได้มายืนอยู่ตรงนี้และมีโอกาสพาทีมสร้างประวัติศาสตร์ ถือเป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับผม”

อยากใช้!เผย ‘อลอนโซ่’ พร้อมให้โอกาส ‘แจ็คสัน’ พิสูจน์ฝีเท้า

สื่อดังจากอังกฤษรายงานว่า ชาบี อลอนโซ่ กุนซือคนใหม่ของ เชลซี เตรียมเปิดโอกาสให้ นิโคลัส แจ็คสัน กองหน้าทีมชาติเซเนกัล แสดงศักยภาพในช่วงปรีซีซั่น ก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของนักเตะอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ แจ็คสัน ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า และถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งานตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทีมดังแห่งศึกบุนเดสลีกาไม่ได้ใช้ออปชันซื้อขาด และไม่มีแผนดึงตัวร่วมทีมแบบถาวร ส่งผลให้เจ้าตัวต้องกลับมายังถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจบสัญญายืมตัว

รายงานระบุว่า อลอนโซ่ ต้องการประเมินฟอร์มการเล่นของหัวหอกวัย 25 ปีด้วยตัวเอง โดยจะมอบโอกาสให้ลงฝึกซ้อมและแข่งขันในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล เพื่อพิจารณาว่าจะเก็บนักเตะไว้ใช้งานต่อ หรือเปิดทางให้ย้ายทีมอีกครั้ง

ขณะนี้ แจ็คสัน กำลังอยู่ระหว่างการรับใช้ทีมชาติเซเนกัลในศึกฟุตบอลโลก 2026 และคาดว่าจะเดินทางกลับมาสมทบกับต้นสังกัดหลังเสร็จสิ้นภารกิจทีมชาติ ซึ่งผลงานของเขาในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวอาจมีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของกุนซือคนใหม่ของ เชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย