Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ต้องชนะ!’เคอร์เคซ’ หวังหงส์บุกดับลินซ์เรียกความมั่นใจ

มิลอส เคอร์เคซ แบ็กซ้ายของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าทีมกำลังเผชิญกับความผิดหวัง หลังยังทำผลงานในบ้านได้ไม่ดีนักในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ พร้อมตั้งเป้าใช้เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก เฟส นัดพบ แอลเอเอสเค ลินซ์ วันที่ 14 ตุลาคม เป็นโอกาสสำคัญในการเรียกความมั่นใจกลับคืนมา

ทัพ “หงส์แดง” เพิ่งพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 คาถิ่นแอนฟิลด์ในเกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลงานการเล่นในบ้านฤดูกาลนี้เก็บได้เพียง 2 คะแนนจาก 9 คะแนนเต็ม กลายเป็นสถานการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับทีมและแฟนบอลไม่น้อย

เคอร์เคซยอมรับว่า การทำให้แฟนบอล “เดอะ ค็อป” ต้องผิดหวังเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าทีมจำเป็นต้องกลับมาคว้าชัยชนะให้ได้โดยเร็ว แม้เกมถัดไปจะต้องเดินทางไปเยือนแอลเอเอสเค ลินซ์ ถึงประเทศออสเตรีย ในเวทียุโรปก็ตาม

“ผลการแข่งขันคือสิ่งสำคัญที่สุดในโลกฟุตบอล เราจำเป็นต้องคว้าชัยชนะ สโมสรแห่งนี้ต้องการชัยชนะ ดังนั้นเราจึงต้องทำให้ได้ แน่นอนว่าเรารู้สึกผิดหวังกับผลการแข่งขันที่ผ่านมา” แบ็กซ้ายชาวฮังการีกล่าว

เมื่อพูดถึงเกมที่พ่ายแมนฯ ซิตี้ เคอร์เคซมองว่า ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ดีในช่วงครึ่งแรก “เราคิดว่าเราทำได้ดีในครึ่งแรก ทั้งตอนที่เดินหน้ากดดันและตอนที่ต้องตั้งรับ ช่วงต้นครึ่งหลังก็เช่นกัน เราสามารถกดดันพวกเขาและเล่นเกมรับได้ดี”

“เกมยังเปิดกว้าง สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0 และเราก็กดดันพวกเขาได้ แม้แมนฯ ซิตี้ จะมีโอกาสบ้าง แต่เราก็รับมือได้ดี เรากลับไปกดดันพวกเขาอีกครั้ง และเกมสูสีกันมากจริง ๆ ในตอนนั้นใครทำประตูได้ก่อนก็มีโอกาสเป็นฝ่ายได้เปรียบ”

“แต่สุดท้ายฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ เราโดนใบแดง หลังจากนั้นพวกเขาจึงครองบอลได้มากขึ้น และเมื่อเป็นทีมที่เล่นกับบอลได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว การต้องสู้ด้วยจำนวนผู้เล่นที่น้อยกว่าจึงเป็นเรื่องยากมาก”

ต้องแก้!’อโมริม’ ชี้การปรับตำแหน่งคือกุญแจสำคัญ

รูเบน อโมริม เฮดโค้ช เอซี มิลาน ยอมรับว่า การหมุนเวียนตำแหน่งของนักเตะภายในทีมเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อแท็กติกการเล่น หลังทัพปีศาจแดงดำทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ ซาสซูโอโล่ 1-1 โดยเผยว่าการปรับระบบและเปลี่ยนตัวผู้เล่นในช่วงพักครึ่งช่วยให้ทีมมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างออกไป

เกมดังกล่าว เอซี มิลาน เริ่มต้นด้วยระบบ 4-4-1-1 แต่กลับทำผลงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่ อโมริม จะตัดสินใจส่ง ลูก้า โมดริช ลงสนามเพื่อช่วยควบคุมจังหวะในแดนกลาง พร้อมถอด เปร์วิส เอสตูปินญาน ออก และปรับรูปแบบการเล่นให้กลับมาอยู่ในระบบที่ทีมคุ้นเคยมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้ อาเดรียง ราบีโอต์ ถูกขยับขึ้นไปเล่นในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม ก่อนที่กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสจะทำประตูให้มิลานขึ้นนำได้สำเร็จ จนเกิดคำถามว่าการปรับตำแหน่งของ ราบีโอต์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับผลงานของเจ้าตัวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม อโมริม มองว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของนักเตะรายใดรายหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการจัดวางตำแหน่งและหมุนเวียนบทบาทของผู้เล่นให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในสนาม

“ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องของนักเตะรายบุคคล แต่เป็นเรื่องของการหมุนเวียนตำแหน่งภายในทีม ผู้เล่นแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน คุณจะเห็นว่า ราบีโอต์ มักลงไปรับบอลในพื้นที่ใกล้กับกองกลาง ขณะที่ โมเรร่า เป็นผู้เล่นที่มีลักษณะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเล่นในตำแหน่งเดียวกัน” อโมริม กล่าว

กุนซือมิลานยังอธิบายเพิ่มเติมว่า การส่ง โมดริช ลงมาช่วยให้ทีมสามารถครองบอลได้มากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้ทีมต้องเผชิญกับปัญหาในการเปลี่ยนผ่านระหว่างเกมรุกและเกมรับมากขึ้นเช่นกัน

“โมดริช ช่วยให้เราครองบอลได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เราก็พบปัญหาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในจังหวะเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก และจากเกมรุกกลับมาเป็นเกมรับ”

‘อาร์เตต้า’ ชม ‘ชิรูด์’ หอกตัวอันตรายปืนต้องระวัง

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซนอล กล่าวชื่นชม โอลิวิเยร์ ชิรูด์ อดีตกองหน้าที่เคยร่วมงานกันในลอนดอนเหนือ ก่อนที่หัวหอกชาวฝรั่งเศสจะนำทัพ ลีลล์ บุกมาเยือนถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก พร้อมยอมรับว่าเป็นผู้เล่นที่รับมือได้ยากและสร้างอันตรายในกรอบเขตโทษได้เสมอ

กุนซือชาวสเปนกล่าวถึงอดีตเพื่อนร่วมทีมรายนี้ว่า ชิรูด์เป็นคนที่มีบุคลิกยอดเยี่ยมและมีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่ดีภายในทีม โดยเจ้าตัวจำได้ดีถึงช่วงเวลาที่กองหน้ารายนี้ย้ายมาร่วมทีม หลังจากประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีก เอิง กับมงต์เปลลิเย่ร์ ก่อนจะเข้ามาสร้างความแตกต่างให้กับอาร์เซนอล

อาร์เตต้ายังยกย่องเส้นทางอาชีพของชิรูด์ว่าเป็นสิ่งที่เจ้าตัวสมควรได้รับ พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสามารถเฉพาะตัวที่ทำให้กองหน้าวัย 40 ปีเป็นคู่แข่งที่รับมือได้ยาก

“อย่างแรกเลย เขาเป็นคาแรคเตอร์ที่ยอดเยี่ยมและเป็นคนดีเยี่ยมที่ช่วยยกระดับบรรยากาศในทีม”อาร์เตต้า กล่าว

“ผมจำได้ตอนที่เขาย้ายเข้ามา เขาคว้าแชมป์ลีก เอิง กับมงต์เปลลิเย่ร์ เขาย้ายมาที่นี่และสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง โปรไฟล์แตกต่างจากที่เราคุ้นเคยกันอย่างสิ้นเชิง เขามีเส้นทางอาชีพที่ยอดเยี่ยม และสมควรได้รับมันอย่างแท้จริง”

“เขาเป็นคนที่ฉลาดมากๆ และรับมือยากสุดๆ ทุกครั้งที่คุณส่งเขาลงสนาม เขาคือภัยคุกคามครั้งใหญ่ในกรอบเขตโทษเสมอ เขาฉลาดเป็นกรด แถมยังเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นได้ดีมากๆ การทำงานหนักในสนามของเขายังยอดเยี่ยมเหลือเชื่อด้วย”

นอกจากนี้ กุนซือชาวสเปนยังวิเคราะห์ถึงความท้าทายจากลีลล์ภายใต้การคุมทีมของดาวิเด อันเชล็อตติ โดยย้ำให้ลูกทีมรักษาสมาธิและโฟกัสแบบเกมต่อเกม

“วันพรุ่งนี้เราจะต้องเจอคู่แข่งที่หินมากๆ พวกเขาถูกวางแท็กติกมาเป็นอย่างดี สิ่งที่ ดาวิเด้ ทำได้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก คุณจะเห็นได้จากวิธีการเล่นและการแข่งขันของพวกเขา รวมถึงปัญหาที่พวกเขาเคยสร้างให้กับทีมใหญ่ๆ และวันพรุ่งนี้ก็จะไม่ต่างกันจนกว่าเราจะพร้อมสำหรับมัน”

เกือบลืม!เผย ‘เดอ ลิกต์’ พร้อมคืนทัพผีช่วยบู๊ตราหมี

ไมเคิล คาร์ริค กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายืนยันว่า มัทไธส์ เดอ ลิกต์ ปราการหลังตัวเก่งของทีม พร้อมกลับมามีชื่อเป็นหนึ่งในขุมกำลังสำหรับเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดบุกเยือน แอตเลติโก มาดริด ในวันอังคารนี้ หลังหายหน้าจากสนามไปนานหลายเดือนเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ

เซ็นเตอร์แบ็กวัย 27 ปี ไม่ได้ลงสนามให้ทัพปีศาจแดงนับตั้งแต่เกมที่เอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2025 โดยเจ้าตัวต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บ ก่อนใช้เวลาที่ผ่านมาอย่างหนักในการฟื้นฟูสภาพร่างกาย เพื่อกลับมาช่วยต้นสังกัดให้เร็วที่สุด

แม้ เดอ ลิกต์ จะเพิ่งได้รับโอกาสลงสนามเพียงเล็กน้อยในเกมอุ่นเครื่องกับ โลซานน์ เพื่อเรียกความฟิต แต่ คาร์ริค เชื่อมั่นว่าลูกทีมรายนี้มีความพร้อมมากพอที่จะกลับมามีส่วนร่วมกับทีม และจะเดินทางไปประเทศสเปนพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมสำหรับเกมสำคัญที่กำลังจะมาถึง

“ผมมั่นใจแน่นอนกับการให้เขาลงเล่น แน่นอนว่ามันมีเรื่องของช่วงเวลาและปริมาณที่เหมาะสม เขาได้ลงเล่นในเกมกับโลซานน์เล็กน้อยและซ้อมมาพอสมควรแล้ว” คาร์ริคกล่าว

“แต่แน่นอนว่าเรากำลังค่อยๆ ทำมันไปทีละขั้นตอน ดังนั้นมันจึงไม่ใช่การเร่งรัดจนเกินไป ผมมั่นใจในตัวเขาอย่างแน่นอน ไม่มีข้อสงสัยเลย”

กลัวที่ไหน!’โซลันกี’ ไม่คิดลาไก่พร้อมสู้แย่งตัวจริงต่อ

โดมินิก โซลันกี กองหน้าของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไม่มีแผนย้ายออกจากทีมในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม แม้ต้นสังกัดมีแนวโน้มเดินหน้าเสริมผู้เล่นตำแหน่งศูนย์หน้าเข้ามาเพิ่มในฤดูกาล 2026-27

ฟุตบอล อินไซเดอร์ รายงานว่า หัวหอกวัย 29 ปี ยังคงมุ่งมั่นกับการค้าแข้งในถิ่นสเปอร์ส และพร้อมต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ แม้การแข่งขันภายในทีมอาจเข้มข้นขึ้น หากสโมสรสามารถคว้ากองหน้ารายใหม่มาร่วมทีมได้สำเร็จ

ก่อนหน้านี้ สเปอร์สพยายามหาศูนย์หน้าคนใหม่เข้ามาเสริมทัพตั้งแต่ช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถหาตัวแทนของ ริชาร์ลีซอน ซึ่งถูกตัดชื่อออกจากทีมชุดพรีเมียร์ลีกได้ตามเป้าหมาย ทำให้สโมสรยังคงวางแผนเสริมแนวรุกเพิ่มเติมในช่วงตลาดหน้าหนาว และทำให้อนาคตของโซลันกีกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโซลันกียังคงเป็นกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติเพียงคนเดียวในทีมชุดใหญ่ของเด แซร์บี้ ส่งผลให้เจ้าตัวมีโอกาสพิสูจน์ความสามารถและแสดงให้เห็นว่าสามารถเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของทีมได้

ผลงานของโซลันกีในฤดูกาล 2025-26 ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวัง หลังทำได้เพียง 6 ประตูจากการลงสนาม 20 นัดรวมทุกรายการ และยิงได้ 3 ประตูจาก 15 นัดในพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น หลังเจ้าตัวทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ จากการยิงตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ฝันว่าความจําเสื่อม เช็กคำทำนาย ตีเลขเด็ดนำโชค

ฝันว่าความจำเสื่อม เป็นฝันที่หลายคนเจอแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะมักสะท้อนสภาวะจิตใจและอารมณ์ในชีวิตจริงค่อนข้างชัดเจน โดยสื่อถึงความเครียด ความสับสนในชีวิต หรือความต้องการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ โดยวันนี้ทาง 365kub จะนำสมาชิกไปไขความหมายของฝันว่าความจำเสื่อมกัน นอกจากนี้ยังมีคำทำนายเกี่ยว แนวทาง เลขเด็ดเพื่อนำไปลุ้นโชคอีกด้วยจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย

ฝันว่าความจําเสื่อมเลขเด็ด

ความหมายทั่วไปฝันว่าความจำเสื่อม

มีความเครียดหรือความกังวลสะสม – อาจสะท้อนถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจจากการทำงาน ปัญหาส่วนตัว หรือความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น จนทำให้รู้สึกกดดันและต้องการพักจากเรื่องราวต่างๆ ความฝันลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณให้หันกลับมาดูแลตัวเองและจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม

ต้องการลืมเรื่องราวในอดีต – อาจสื่อถึงความรู้สึกที่ยังติดค้างกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นความผิดหวัง ความเสียใจ หรือความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว จิตใจอาจกำลังพยายามก้าวผ่านเรื่องเหล่านั้นและเริ่มต้นใหม่โดยไม่ต้องแบกรับความรู้สึกเดิมๆ ไว้ตลอดเวลา

กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง – อาจหมายถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตที่กำลังจะมีสิ่งใหม่เข้ามา เช่น การเปลี่ยนงาน การเริ่มต้นความสัมพันธ์ หรือการวางแผนอนาคตในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม ความฝันนี้จึงอาจสะท้อนถึงความรู้สึกไม่คุ้นเคยและความกังวลต่อสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

รู้สึกไม่มั่นใจในการตัดสินใจ – อาจสะท้อนถึงความลังเลเมื่อต้องเลือกเส้นทางสำคัญในชีวิต เช่น การงาน การเงิน หรือความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อมีหลายทางเลือกและกลัวว่าการตัดสินใจผิดพลาดจะส่งผลตามมา จึงอาจเป็นเครื่องเตือนใจให้ค่อยๆ พิจารณาข้อมูลและทบทวนความต้องการของตัวเองก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ

เลขมงคลฝันว่าความจำเสื่อม

ฝันว่าตัวเองความจำเสื่อม

เป็นฝันที่สะท้อนความเครียด มีเรื่องให้คิดมาก ความกังวลเรื่องการสูญเสีย ความต้องการปล่อยวางในชีวิตจริง หรือการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ควรทบทวนเรื่องราวต่างๆ และใช้สติในการตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องงาน การเงิน และความสัมพันธ์

เลขเด็ด : 04, 14, 46, 64, 104, 146, 406

ฝันว่าความจำเสื่อมจนจำคนรักไม่ได้

อาจสะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ความกลัวการสูญเสีย หรือความรู้สึกห่างเหินระหว่างกัน หากช่วงนี้มีเรื่องไม่เข้าใจกัน ความฝันอาจเป็นเครื่องเตือนใจให้หันมาใส่ใจความรู้สึกของกันและกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์จะต้องเกิดปัญหาจริง

เลขเด็ด : 08, 18, 28, 09, 081, 209, 280

ฝันว่าความจำเสื่อมจนจำครอบครัวไม่ได้

อาจสะท้อนถึงความห่วงใยคนในครอบครัว ความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ หรือความรู้สึกว่าตนเองมีเวลาให้คนใกล้ชิดไม่เพียงพอ อีกแง่หนึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนให้กลับมาใส่ใจความอบอุ่นในครอบครัว และใช้เวลากับคนที่รักให้มากขึ้น

เลขเด็ด : 14, 24, 46, 64, 124, 246, 464

ฝันว่าคนอื่นความจำเสื่อม

อาจสะท้อนถึงความเป็นห่วงคนรอบข้าง ความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ หรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว หากในฝันเป็นคนที่รู้จัก อาจสื่อถึงความผูกพันและความห่วงใยที่มีต่อกัน ส่วนหากเป็นคนแปลกหน้า อาจตีความได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ

เลขเด็ด : 40, 49, 60, 69, 469, 609, 649

ฝันว่าความจำเสื่อมชั่วแล้วหาย

อาจหมายถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่กำลังเผชิญมีโอกาสคลี่คลาย เรื่องที่เคยทำให้สับสนอาจเริ่มมองเห็นทางออก รวมถึงอาจเป็นสัญลักษณ์ของการได้เริ่มต้นใหม่และกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง

เลขเด็ด : 16, 26, 46, 64, 164, 269, 469

สรุป

ความฝันนี้อาจสะท้อนถึงความเครียด ความกังวลสะสม และความเหนื่อยล้าทางจิตใจ รวมถึงความต้องการลืมเรื่องราวในอดีตที่ทำให้ผิดหวังหรือเสียใจ นอกจากนี้ ฝันว่าความจำเสื่อม ยังอาจสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ความไม่มั่นใจในการตัดสินใจ และความพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ดังนั้นสมาชิกควรใช้โอกาสนี้ทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งต่างๆ ในชีวิตอย่างมีสติ

ทีเด็ดบอลเต็งวันนี้ ทีเด็ดบอลสเต็ป VIP จากเซียนดังฟรี (12 ต.ค. 69)

หากคุณกำลังมองหา ทีเด็ดบอลเต็งแม่นๆ ฟรี แบบไม่ต้องเสียเวลาอ่านบทวิเคราะห์ยาวๆ ที่นี่คือคำตอบสำหรับคุณ สมาชิก 365kub สามารถติดตาม ทีเด็ดบอลฟรี แจกให้ทุกวันก่อนการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น แนวทางทีเด็ดบอลเต็งหรือทีเด็ดบอลสเต็ป เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และสายวิเคราะห์ที่ต้องการข้อมูลกระชับ เข้าใจง่าย อัปเดตสดใหม่ทุกวัน

ทีเด็ดบอลเต็ง วันที่ 12 ตุลาคม 2569

คู่ที่ เวลา ลีก คู่แข่งขัน ทีเด็ด สกอร์ที่คาด ความมั่นใจ (%)
1 23:30 กัลโช่ เซเรียอา อตาลันต้า vs เวเนเซีย อตาลันต้า ต่อ 1 3-1 87%
2 01:45 กัลโช่ เซเรียอา โตริโน่ vs อูดิเนเซ่ อูดิเนเซ่ รอง 0/0.5 1-1 81%
3 02:00 พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โคเวนทรี่ vs นิวคาสเซิ่ล นิวคาสเซิ่ล ต่อ 0/0.5 0-2 83%
4 02:00 ลาลีกา สเปน เลบานเต้ vs เซบีย่า เซบีย่า รอง เสมอ 0-1 84%

ทีเด็ดบอลสเต็ป 3 คู่

คู่ที่ คู่แข่งขัน ราคา ทีเด็ด ทรรศนะฟุตบอล
1 มัลโม่ vs คัลมาร์ มัลโม่ ต่อ 0.5/1 ต่อ มัลโม่ มัลโม่ยิงสบาย
2 ฟามาลิเคา vs อัลแวร์ก้า ฟามาลิเคา ต่อ 0.5 รอง อัลแวร์ก้า อัลแวร์ก้ามีพลิก
3 โคเวนทรี่ vs นิวคาสเซิ่ล นิวคาสเซิ่ล ต่อ 0/0.5 ต่อ นิวคาสเซิ่ล สาลิกาปาดชัย

เครดิตเซียน : พี่กี้พารวย

อัปเดต ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ ทุกลีกดังไม่ว่าจะเป็นลีกยุโรป ลีกเอเชีย และแมตช์ทีมชาติ ไม่พลาดทุกเกมสำคัญ วิเคราะห์เจาะลึกจากเซียนชื่อดัง แจกฟรี ไม่มีค่าสมัคร ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง สรุปข้อมูลเข้าใจง่าย เหมาะทั้งมือใหม่และมือโปร

บททดสอบ!’ฮาแลนด์’ ยกชัยชนะเหนือหงส์สุดพิเศษ

เออร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยกให้ชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล 3-0 ถึงสนามแอนฟิลด์ เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจของทีม พร้อมชื่นชมเพื่อนร่วมทีมที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเป็นหนึ่งเดียวกัน จนสามารถคว้าผลการแข่งขันที่น่าประทับใจได้สำเร็จ

ดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์เผยว่า ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนในสโมสรจะจดจำไปอีกนาน แม้การบุกมาเยือนแอนฟิลด์จะเป็นงานหนักเสมอ โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากันระหว่าง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ในช่วงยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งมักเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความกดดัน

“สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ แมนฯ ซิตี้ รวมถึงแฟนบอลทุกคน นี่เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมและจะอยู่ในความทรงจำของเราไปอีกนาน” ฮาแลนด์กล่าว

“มันเป็นเกมที่ยากและหนักหนา แต่เราก็แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่งและทุ่มเทกันทั้งทีมตั้งแต่แนวรับไปจนถึงหน้าบ้าน ผมภูมิใจในตัวทุกคนมาก”

“การมาเยือนที่นี่เป็นงานยากเสมอ หากดูจากสถิติที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ชัดเลย ในยุคของเป๊ป และคล็อปป์ การเจอกันของทั้งสองทีมเป็นเกมที่หนักหนามาโดยตลอด”

“สิ่งสำคัญคือการรักษาความแข็งแกร่งทางจิตใจ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการโฟกัสไปที่สิ่งที่เราควบคุมได้ ซึ่งก็คือการเล่นฟุตบอลให้ดีและสู้ไปด้วยกัน นั่นคือสิ่งเดียวที่เราทำได้”

เขายังยกย่อง เอลเลียต แอนเดอร์สัน ที่กลับมาเล่นได้อย่างโดดเด่น “ตอนที่ผมพูดถึงเรื่องสปิริตของทีมในการเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด คนแรกที่ผมนึกถึงคือ เอลเลียต วันนี้เขาก็กลับมาคุมเกมได้อีกครั้ง กล้าเข้าปะทะ และทำในสิ่งที่ทีมจำเป็นต้องทำ เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม”

ส่วนประตูทั้ง 3 ลูกของตัวเอง ฮาแลนด์เล่าว่าต้องใช้สมาธิสูง “ก่อนหน้านั้นผมพลาดโอกาสทองไปครั้งหนึ่ง ดังนั้นผมเลยต้องมีสมาธิเพื่อรอโอกาสครั้งต่อไป แล้วจังหวะนั้นก็มาถึงและผมก็ทำได้สำเร็จ ภูมิใจมากที่ทำได้ถึง 3 ประตูที่แอนฟิลด์ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ”

ด้านอัลฟ์-อิงเก้ ฮาแลนด์ คุณพ่อของเขาก็เดินทางมาเชียร์ที่สนามด้วย “ผมมองหาเขาอยู่แต่ไม่เห็นตัว แต่พูดตามตรงดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีความสุขกันมาก เหมือนกับปีที่แล้วเลย ผมคิดว่าเขาคงสนุกกับเกมนี้ เดี๋ยวผมจะส่งข้อความไปหาเขา”

ท้ายที่สุด ฮาแลนด์มองไปข้างหน้าด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน “เป้าหมายคือการคว้าชัยชนะ มันง่ายๆ แค่นั้นเลย เล่นให้ดี โชว์ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม และเก็บชัยชนะให้ได้ เกมนี้ถือเป็นบททดสอบทางจิตใจ เพราะการกลับมาเล่นให้สโมสรหลังจากเสร็จภารกิจทีมชาติไม่เคยเป็นเรื่องง่ายเลย ภูมิใจที่เรายังรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว เรามีความแข็งแกร่งทางจิตใจมาก หลังจากนี้ยังมีโปรแกรมการแข่งขันอีกเพียบ ก็ถึงเวลาต้องฟื้นฟูร่างกายและลุยกันต่อ”

หงส์เซ็ง ‘โซบอสไล’ จ่อวืดลุยศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก

โดมินิก โซบอสไล กองกลางคนสำคัญของลิเวอร์พูล มีโอกาสพลาดลงสนามในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดบุกเยือน แอลเอเอสเค ในวันพุธนี้ หลังมีปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อหลังต้นขา ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก สื่อชื่อดัง

มิดฟิลด์ทีมชาติฮังการีไม่ได้ลงช่วยทัพหงส์แดงในเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด ซึ่งเปิดบ้านพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 หลังเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยและความเหนื่อยล้าสะสมจากการกลับไปรับใช้ทีมชาติ ส่งผลให้ทีมต้องประเมินสภาพร่างกายอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับการลงสนามในเกมยุโรป

อันโดนี่ อิราโอลา ผู้จัดการทีม เปิดเผยถึงสถานการณ์ของโซบอสไลว่า นักเตะมีอาการล้าหลังเดินทางกลับจากทีมชาติ โดยทีมงานพยายามปรับโปรแกรมฝึกซ้อมเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น แต่เจ้าตัวยังคงรู้สึกไม่สมบูรณ์เต็มร้อย

กุนซือหงส์แดงยังยอมรับว่า โปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่นกำลังสร้างความยากลำบากให้กับการฟื้นฟูสภาพร่างกายของนักเตะ โดยทีมมีคิวลงสนามถึง 4 นัดภายในระยะเวลาเพียง 10 วัน และต้องเดินทางไปประเทศออสเตรียในอีกสองวันข้างหน้า

แม้อาการบาดเจ็บของโซบอสไลจะยังไม่ถือว่ารุนแรง แต่ด้วยเวลาพักฟื้นที่จำกัด ทำให้โอกาสที่เจ้าตัวจะกลับมาพร้อมสำหรับเกมพบแอลเอเอสเคยังเป็นเครื่องหมายคำถาม โดยทีมจะต้องติดตามความพร้อมอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

‘มาเรสก้า’ ชมแข้งเรือโชว์ฟอร์มสุดยอดไล่อัดหงส์คารัง

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความพอใจกับผลงานของลูกทีม หลังบุกเอาชนะ ลิเวอร์พูล ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ถึงสนามแอนฟิลด์ด้วยสกอร์ 3-0 พร้อมชี้ว่าชัยชนะคือวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างเสียงเชียร์ของตัวเอง ท่ามกลางบรรยากาศกดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่น

นายใหญ่ทัพเรือใบสีฟ้ายอมรับว่า ทีมต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในช่วงครึ่งแรก โดยแม้จะทำได้ดีในจังหวะครองบอล แต่ยังมีข้อผิดพลาดเมื่อต้องเล่นโดยไม่มีบอล อย่างไรก็ตาม หลังจากปรับแผนในช่วงพักครึ่ง นักเตะก็ยกระดับผลงานขึ้นมาได้อย่างชัดเจน และเล่นได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

“เป็นสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่ยากมาก เราเจอปัญหาในครึ่งแรก เราทำได้ดีเวลาครองบอลแต่ยังไม่ดีนักเวลาไม่มีบอล พอครึ่งหลังเรามีการปรับเปลี่ยนและทำผลงานได้ดีขึ้นมาก ช่วงการขึ้นเกมเราทำได้ไม่ถูกต้องนัก แต่ในครึ่งหลังเราทำได้ดีกว่าเดิม” มาเรสก้า กล่าว

“เราต้องเรียนรู้วิธีรับมือกับเสียงเชียร์ เพราะเราจะต้องเจอกับเสียงเชียร์แบบนี้ในทุกเกมเยือน มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราต้องรับมือกับมันและสร้างเสียงเชียร์ของเราเองขึ้นมา ซึ่งเสียงเชียร์ของเราก็คือการคว้าชัยชนะ”

“ความรู้สึกหลังจบเกมที่ได้อยู่กับแฟนบอลและได้ยินเสียงเชียร์ของเราเองเป็นความรู้สึกที่ดี และเป็นเสียงเชียร์ที่แตกต่างออกไป”

มาเรสก้า ยังระบุว่าไม่แน่ใจว่าบรรยากาศครั้งนี้ดุเดือดเข้มข้นกว่าปกติหรือไม่ เพราะเขาเคยมาที่แอนฟิลด์กับซิตี้ครั้งหนึ่งแล้วในฤดูกาลที่ทีมคว้าทริปเปิลแชมป์

“ผมก็ไม่แน่ใจนัก ผมเคยมาที่นี่กับซิตี้ครั้งหนึ่งแล้วในฤดูกาลที่ทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ มันเป็นเรื่องดีที่ได้ลงเล่นในเกมแบบนี้ ทั้งเรื่องเสียงเชียร์และสภาพแวดล้อม เราจำเป็นต้องสร้างเสียงเชียร์ของเราและรับมือกับเสียงเชียร์ของฝั่งตรงข้ามให้ได้”

เกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่าง ๆ นอกสนามว่าจะช่วยปลุกใจทีมให้ฮึกเหิมขึ้นหรือไม่ เขายอมรับว่าอาจใช่หรือไม่ก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับแฟนบอล

“อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน มันอาจช่วยสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับแฟนบอลได้ ผมเคยบอกไปเมื่อช่วงระหว่างสัปดาห์ว่าให้ใส่ความมุ่งมั่นและส่งเสียงเชียร์กันออกมา หวังว่าเราจะได้ฉลองชัยชนะกัน นี่คือสิ่งเดียวที่เราสามารถโฟกัสได้”

มาเรสก้า ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมอบสิ่งที่น่าเฉลิมฉลองให้กับแฟนบอล โดยเฉพาะหลังจากที่สโมสรประสบความสำเร็จมาตลอด 10-15 ปี

“แน่นอน ด้วยเหตุผลหลายประการเลย หลังจากที่สโมสรคว้าแชมป์มาตลอด 10-15 ปี และทำทุกอย่างมาอย่างถูกต้องจนประสบความสำเร็จ พอมาเจอสถานการณ์แบบนี้ มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีสำหรับพวกเขาหรอก ตอนนี้กระบวนการต่าง ๆ กำลังดำเนินอยู่ และนี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดถึงเรื่องนั้น”

สำหรับฟอร์มของทีม โดยเฉพาะประตูที่เข้า เขายกย่อง เฌเรมี่ โดกู เป็นพิเศษ

“ยอดเยี่ยมมาก เฌเรมี่ (โดกู) เล่นได้ดีมาก เราต้องดูแลเขาให้ดี เขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญแต่เพิ่งหายเจ็บกลับมา ส่วนฟอร์มการเล่นของทุกคนก็ถือว่าสุดยอด การที่มีผู้เล่นมากกว่าคู่แข่งหนึ่งคนทำให้เราครองบอลได้ง่ายขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือผมมีความสุขมากที่เก็บสามแต้มได้”

ท้ายสุด มาเรสก้า ยืนยันว่าเขาจะโฟกัสเฉพาะเรื่องฟุตบอลเท่านั้น “ผมควบคุมสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องฟุตบอลไม่ได้ แล้วจะเครียดไปทำไมล่ะครับ? ผมจะเครียดก็แค่เรื่องแผนการเล่นหรือการฝึกซ้อมในแต่ละวันเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่น ๆ มันไม่ได้อยู่ในมือของผม”

‘ฟาน ไดจ์ค’ ชี้ใบแดงจุดเปลี่ยนสำคัญทำหงส์พ่ายเรือ

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าใบแดงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบาก ก่อนเปิดสนามแอนฟิลด์พ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอย 0-3 โดยชี้ว่าทีมแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความกระหายในชัยชนะได้ดีในช่วงครึ่งแรก

กัปตันทีมหงส์แดงมองว่า ลิเวอร์พูลเริ่มต้นเกมได้อย่างน่าพอใจ ด้วยการเล่นที่ดุดันและแสดงความมุ่งมั่นออกมาอย่างชัดเจน แม้บางจังหวะในการสวนกลับจะยังขาดความเฉียบคม แต่สิ่งสำคัญคือทีมแสดงให้เห็นถึงความต้องการคว้าชัย ซึ่งเป็นมาตรฐานพื้นฐานที่นักเตะทุกคนต้องรักษาเอาไว้

“ครึ่งแรกเราทำได้ดี เราแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและดุดันในการเล่น แม้ว่าจังหวะสวนกลับบางครั้งเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ก็ตาม โอกาสเหล่านั้นอาจไม่ใช่โอกาสทองที่ชัดเจนนัก แต่เราก็แสดงให้เห็นว่าเราต้องการชัยชนะและมีความกระหายในการเล่น ซึ่งถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องมี” กัปตันทีมหงส์แดงกล่าว

“ส่วนครึ่งหลัง ใบแดงทำให้เกมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามาเสียประตูหลังจากนั้นไม่นาน ความจริงคือเราเหลือผู้เล่น 10 คนและมาเสียประตูตามมาทันที ทำให้เกมที่ต้องดวลกับพวกเขากลายเป็นงานยากขึ้นมาอีกครั้ง”

“ผมคิดว่าบรรยากาศที่นี่ดีเสมอ ผมโชคดีที่ได้ลงเล่นในเกมใหญ่ๆ ที่นี่มาหลายนัด สำหรับผู้เล่นคนอื่นอาจจะรู้สึกต่างออกไป แต่สำหรับผมแล้ว ผมพร้อมที่จะลงแข่งขัน และผมคิดว่าเราแสดงให้เห็นถึงสิ่งนั้นออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งแรก”

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกตัดสินว่ามีความผิดในเรื่องนอกสนาม ฟาน ไดจ์ค เลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นในตอนนี้

“สิ่งเดียวที่ผมพูดได้ในตอนนี้ก็คือ ผมสนุกกับการขับเคี่ยวแข่งขันกันมาตลอด เพราะเรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ นั่นเป็นเรื่องของการแข่งขันในสนาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนอกสนามนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย”

“เนื่องจากเรื่องนี้ยังไม่จบสิ้น การที่ผมจะออกมาแสดงความคิดเห็นจึงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมนัก เมื่อทุกอย่างได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว ผมจะออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างแน่นอน แต่สำหรับตอนนี้ เราคงต้องรอดูกันต่อไป”

‘โดกู’ ปลื้มเรือบุกยำหงส์ 3-0 ยกแอนฟิลด์สนามสุดหิน

เฌเรมี่ โดกู ปีกตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยความรู้สึกสุดแฮปปี้หลังต้นสังกัดบุกเอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-0 ถึงสนามแอนฟิลด์ พร้อมยกย่องเพื่อนร่วมทีมที่รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ท่ามกลางเกมการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นตั้งแต่เริ่มต้น

โดกูยอมรับว่าการมาเยือนแอนฟิลด์ไม่เคยเป็นงานง่าย เพราะต้องเผชิญกับเกมที่ดุเดือดอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีและสามารถรับมือกับแรงกดดันได้ตามแผนที่วางไว้

“ผมมีความสุขมาก เรารู้ดีว่าการมาเยือนที่นี่มันยากแค่ไหน เกมมีความเข้มข้นสูงตั้งแต่ต้น และพวกเราทุกคนก็ดีใจที่คว้าชัยชนะมาได้”โดกู กล่าว

“การมาเยือนแอนฟิลด์เป็นเกมที่เข้มข้นเสมอ ผมเจอเกมที่ดุเดือดที่นี่มาตลอด ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เราคาดไว้อยู่แล้ว ผมภูมิใจในทีมของเรามาก เราจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี”

ขณะเดียวกัน เมื่อถูกถามถึงคำแนะนำจาก เอ็นโซ่ มาเรสก้า ก่อนถูกส่งลงสนาม โดกูเปิดเผยว่าได้รับเพียงคำสั่งเกี่ยวกับตำแหน่งการเล่น โดยเจ้าตัวพยายามมองหาโอกาสสร้างความแตกต่างให้กับทีมทันทีที่ได้รับโอกาสลงสนาม และเชื่อว่าตัวเองทำหน้าที่ดังกล่าวได้สำเร็จ

“เขาแค่บอกตำแหน่งที่จะให้ผมเล่น เวลาที่คุณนั่งอยู่ข้างสนาม คุณก็มองหาโอกาสที่จะสร้างอิทธิพลต่อเกม และผมก็ทำได้สำเร็จ”

ส่วนประตูที่ทำได้ โดกูเลือกที่จะไม่รับเครดิตเพียงลำพัง โดยกล่าวว่า “ผมไม่อยากรับเครดิตเรื่องนี้เพียงคนเดียว เพราะมีผู้ที่อยู่เบื้องบนซึ่งมอบความสามารถให้ผมทำสิ่งเหล่านี้ได้”

ท้ายสุด เมื่อถูกถามถึงประเด็นนอกสนามว่านักเตะซิตี้ได้พูดคุยกันเรื่องสถานการณ์ต่างๆ หรือไม่ โดกูปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยย้ำชัดเจนว่า “ผมมาที่นี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเกมการแข่งขันเท่านั้น เราเตรียมตัวมาอย่างดีสำหรับเกมนี้ และดีใจที่เราเป็นฝ่ายชนะ”