ทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจต้องแบกรับภาระทางการเงินมหาศาลอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่าสโมสรจะต้องจ่ายค่าชดเชยก้อนโตราว 11.875 ล้านปอนด์ หากตัดสินใจสั่งปลด ไมเคิล คาร์ริค ออกจากตำแหน่ง ซึ่งจะส่งผลให้ยอดรวมเงินชดเชยผจก.ทีม หลังยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทะยานพุ่งเกือบแตะหลัก 100 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
อนาคตของ คาร์ริค ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก ภายหลังจากพาทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ล่าสุดโดน บอร์นมัธ บุกมาถล่มคาบ้าน 0-3 จนเกิดกระแสต่อต้านและเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลให้บอร์ดบริหารพิจารณาเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอีกครั้ง
แม้ คาร์ริค เพิ่งจะจรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับถาวรระยะเวลา 2 ปี พร้อมรับค่าเหนื่อยราว 6.5 ล้านปอนด์ต่อปี ได้เพียงราวๆ 3 เดือนเท่านั้น แต่หากสโมสรตัดสินใจแยกทางในช่วงนี้ ประเมินกันว่าต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาสูงถึง 11.875 ล้านปอนด์
- อิราโอล่า ชื่นชมสปิริตลูกทีมหลังสยบ ไบรท์ตัน พร้อมอัปเดตสภาพขุมกำลัง
- ‘มาเรสก้า’ เสียดาย เรือใบ ฟอร์มดีแต่ร่วง ชี้ ‘แมนซิตี้’ สมควรมีแต้ม
- อาร์เซน่อล ทุบ เอฟเวอร์ตัน 2-0 “มิเกล อาร์เตต้า” ปลื้มหัวใจนักสู้
หากการปลดครั้งนี้เกิดขึ้นจริง จะทำให้ยอดเงินรวมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้ไปกับการจ่ายค่าชดเชยกุนซือนับตั้งแต่ปี 2014 พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 97 ล้านปอนด์ โดยกุนซือ 7 รายก่อนหน้านี้ต่างรับเงินชดเชยไปแล้ว ดังนี้
โชเซ่ มูรินโญ่ – 19.6 ล้านปอนด์ (สูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์สโมสร ปลด ธ.ค. 2018)
เอริก เทน ฮาก – 17 ล้านปอนด์ (ปลด ต.ค. 2024)
ราล์ฟ รังนิก – 15 ล้านปอนด์ (ยกเลิกสัญญาและข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง)
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา – 10 ล้านปอนด์ (ปลด พ.ย. 2021)
รูเบน อโมริม – 10 ล้านปอนด์ (แยกทางหลังคุมทีมได้ราว 14 เดือน)
หลุยส์ ฟาน กัล – 8.4 ล้านปอนด์ (แยกทางปี 2016 แม้พาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ)
เดวิด มอยส์ – 5.2 ล้านปอนด์ (ปลดปี 2014 หลังทำงานได้ไม่ถึงปี)