เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในหมู่สาวก “ปีศาจแดง” หลังมีการเปิดเผยทัศนะของ อัฟราม เกลเซอร์ เจ้าของร่วมสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ออกมาแสดงมุมมองว่า มูลค่าเชิงพาณิชย์และผลประกอบการทางธุรกิจขององค์กรกีฬา ไม่ได้ยึดติดหรือขึ้นอยู่กับความสำเร็จในสนามแข่งขันเพียงอย่างเดียว
ตามรายงานจากสื่อชั้นนำอย่าง ดิ แอธเลติก (The Athletic) ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมปฏิสัมพันธ์ด้านการลงทุนกีฬา ซึ่งจัดโดยธนาคารดอยซ์แบงก์ ณ กรุงลอนดอน เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดย เกลเซอร์ ได้ตอบคำถามผู้เข้าร่วมงานที่แคลงใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างผลงานการแข่งขันที่ตกต่ำกับสถานะทางการเงินของทีม โดยเขาอธิบายว่าแบรนด์กีฬาระดับโลกสามารถสร้างและรักษามูลค่าได้โดยไม่จำเป็นต้องคว้าถ้วยรางวัลอย่างต่อเนื่อง
- ฟาน ไดค์ สับเละเกมรับ ลิเวอร์พูล หลังบุกพ่าย เฟเนร์บาห์เช่
- ปิดฉาก 23 ปีแห่งตำนาน “โรนัลโด้” ลาทีมชาติอย่างเป็นทางการ
- อิราโอล่า ยันโรเตชั่นไม่ทำ ลิเวอร์พูล พ่าย เฟเนร์บาห์เช่ ชี้จุดตายอยู่ที่?
เจ้าของร่วมทัพ ปีศาจแดง ได้ยกตัวอย่างสองยอดทีมจากฝั่งอเมริกา ได้แก่ ดัลลัส คาวบอยส์ จากศึกอเมริกันฟุตบอล NFL (ไร้แชมป์ซูเปอร์โบวล์ตั้งแต่ปี 1996) และ นิวยอร์ก แยงกี้ส์ จากเมเจอร์ลีกเบสบอล MLB (ไม่ได้แชมป์เวิลด์ซีรีส์ตั้งแต่ปี 2009) ซึ่งทั้งสองแฟรนไชส์ยังคงครองมูลค่าการตลาดมหาศาลแม้จะห่างเหินความสำเร็จในระดับเมเจอร์มาหลายทศวรรษ
แนวคิดนี้สะท้อนภาพชัดเจนกับสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ว่างเว้นจากบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในฤดูกาล 2012/13 อีกทั้งยังตอกย้ำแนวคิดเดิมของ เอ็ด วู้ดเวิร์ด อดีตรองประธานบริหาร ที่เคยสร้างวีกรรมให้แฟนบอลรุมอัดเมื่อปี 2018 จากคำกล่าวที่ว่า “ผลงานในสนามไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ของสโมสร”