แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก สร้างความฮือฮาในตลาดนักเตะอีกครั้ง ด้วยการประกาศคว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติอังกฤษจาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ โดยทุ่มเม็ดเงินสูงถึง 116 ล้านปอนด์ (ราว 5,104 ล้านบาท) พร้อมจับสะบัดน้ำหมึกเซ็นสัญญายาว 5 ปี ไปจนถึงเดือนมิถุนายนปี 2031
ดาวเตะวัย 23 ปี กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่หลายบิ๊กทีมต่างรุมตอมในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ แต่สุดท้ายเป็นทัพ “เรือใบสีฟ้า” ที่เข้าวินปาดหน้าคู่แข่งทั้งหมด คว้าตัวดาวเตะเนื้อหอมรายนี้มาครองได้สำเร็จ ส่งผลให้เขาก้าวขึ้นมาติดทำเนียบหนึ่งในแข้งที่มีค่าตัวแพงที่สุดของถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ในทันที
- ปืนใหญ่ จัดให้ อาร์เซน่อล คอนเฟิร์มคว้า ‘โซลิส’ เสริมจี๊ดแทน ‘ทรอสซาร์’
- โรมาโน่ลั่น ‘Here we go’ วิลล่า ปิดดีลยืม ‘การ์นาโช่’ พ่วงบังคับซื้อขาด
- ทางการ สเปอร์ส ทุ่ม 52 ล้านปอนด์ กระชาก ‘ฟาน เฮคเค่อ’ ขันแนวรับ
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ทั้งสองสโมสรบรรลุข้อตกลงกัน ดีลนี้เคยสร้างสถิติเป็นนักเตะสายเลือดผู้ดีที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทว่าสถิติดังกล่าวก็อยู่ได้เพียงไม่นาน ก่อนจะถูกทำลายลงโดย มอร์แกน โรเจอร์ส ที่ย้ายจาก แอสตัน วิลล่า ข้ามฟากไปอยู่กับ เชลซี ด้วยสนนราคา 117 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,148 ล้านบาท)
สำหรับผลงานระดับชาติ แอนเดอร์สัน เพิ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม โดยเขาเป็นฟันเฟืองสำคัญที่พาทัพ “สิงโตคำราม” ทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือก ก่อนจะจบภารกิจทัวร์นาเมนต์ด้วยการคว้าอันดับ 3 มาครอง