เชลซี กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา หลังมีทางเลือกต้องตัดสินใจว่าจะปรับปรุงสัญญาและค่าเหนื่อยให้เหมาะสมกับสถานะของนักเตะ หรือยอมเปิดทางให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินหน้าเจรจาคว้าตัวไปร่วมทีม
รายงานจาก “ไทซี สปอร์ตส์” ระบุว่า สถานการณ์ของ เอ็นโซ่ กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ 2026 จะปิดตัวลง ทำให้ เชลซี ต้องเร่งหาทางออกให้ชัดเจน
ปัจจุบัน เอ็นโซ่ ยังมีสัญญากับ เชลซี จนถึงเดือนมิถุนายน 2032 และรับค่าเหนื่อยอยู่ที่ประมาณ 180,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของทีม แต่ยังเป็นรอง รีซ เจมส์ และ เวสเล่ย์ โฟฟาน่า ที่รับอยู่ราว 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ดาวเตะวัย 25 ปีมองว่าค่าตอบแทนดังกล่าวยังไม่สะท้อนบทบาทและความสำคัญของเขาที่มีต่อทีม โดย เอ็นโซ่ เป็นหนึ่งในแกนหลักของ เชลซี รวมถึงรับบทบาทรองกัปตันทีม และมีดีกรีเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติอาร์เจนตินาชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022
- ไม่แคร์!’เด แซร์บี้’ ชี้ไก่มีสิทธิ์ใช้เงินสร้างทีม
- เจ็บไม่หยุด!’แมดดิสัน’ กระดูกไหล่ร้าวพักอีก 2 สัปดาห์
- ผีแถลงคว้า ’บาเลบา’ จากไบรท์ตันค่าตัว 70 ลป.
สถานการณ์ดังกล่าวเปิดช่องให้ แมนฯ ซิตี้ เข้ามาแสดงความสนใจอย่างจริงจัง โดยมีรายงานว่า “เรือใบสีฟ้า” พร้อมเสนอค่าเหนื่อยให้ เอ็นโซ่ สูงถึง 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หากเจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม
ตัวเลขดังกล่าวแตกต่างจากค่าเหนื่อยปัจจุบันมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เอ็นโซ่ พิจารณาอนาคตของตัวเอง นอกจากนี้ การได้กลับไปร่วมงานกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า อดีตเจ้านายที่ เชลซี ก็เป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูด
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ ยังต้องตัดสินใจว่าจะยอมทุ่มเงินระดับ 125 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัว เอ็นโซ่ หรือไม่ เพราะหากดีลดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะกลายเป็นค่าตัวสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
จากนี้จึงต้องจับตาว่า เชลซี จะเลือกยกระดับสัญญาเพื่อรั้งตัวกองกลางคนสำคัญเอาไว้ หรือเปิดโต๊ะเจรจากับ แมนฯ ซิตี้ และยอมปล่อย เอ็นโซ่ ออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนตลาดซื้อขายซัมเมอร์จะปิดลง