กลุ่มทุนชาวไทย “คิง เพาเวอร์” เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ได้จัดทำเอกสารเสนอขายสโมสรพร้อมสินทรัพย์ทั้งหมด และส่งต่อไปยังนักลงทุนที่สนใจเรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดราคาไว้ที่ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังผลงานย่ำแย่จนต้องร่วงไปเล่นในศึกลีกวันฤดูกาลนี้ ตามข้อมูลจาก ดิ แอธเลติก
ในเอกสารส่งเสริมการขายดังกล่าว ได้ยกย่องประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยระบุว่าเลสเตอร์เป็นหนึ่งในเพียงห้าสโมสรที่สามารถคว้าแชมป์ถ้วยหลักของประเทศครบทั้งสามรายการได้ นับตั้งแต่ปี 2000 พร้อมยกให้เป็น “สโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์อีเอฟแอล” นอกจากนี้ยังชี้ว่าเมืองเลสเตอร์เป็นเมืองใหญ่ลำดับสามของอังกฤษที่มีสโมสรฟุตบอลเพียงแห่งเดียว มีฐานผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง และมีโมเดลการบริหารแบบหลายสโมสรร่วมกับโอเอช ลูเวิน ในลีกเบลเยียม
- ไม่ใช้!เรือปล่อย ‘ฟิลลิปส์’ ซบดาบคู่แบบยืมตัวอีกคำรบ
- ‘โรนัลโด้’ ควง ‘จอร์จิน่า’ เข้าพิธีวิวาห์แบบส่วนตัวเรียบร้อย
- สบายดี!’แมดดิสัน’ ตอบชัดไม่ได้เจ็บซ้ำ ACL
มูลค่าสินทรัพย์ปัจจุบันของสโมสรถูกประเมินไว้สูงถึง 204 ล้านปอนด์ แบ่งเป็นสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม มูลค่า 74 ล้านปอนด์ ศูนย์ฝึกซ้อมซีเกรฟ มูลค่า 121 ล้านปอนด์ และศูนย์ฝึกซ้อมเบลวัวร์ ไดรฟ์ของทีมหญิง มูลค่า 9 ล้านปอนด์ รวมทั้งที่ดินโดยรอบสนามซึ่งเคยมีแผนขยายในอนาคต ส่วนศูนย์ฝึกเยาวชนก็สร้างรายได้จากการขายนักเตะดาวรุ่งไปแล้วกว่า 250 ล้านปอนด์ในรอบ 5 ปี
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากผลงานที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยสโมสรต้องเผชิญกับการตกชั้นถึงสามครั้งในรอบสี่ปีหลังสุด และมียอดขาดทุนสะสมรวมกันกว่า 272.7 ล้านปอนด์ในช่วงเวลาเดียวกัน แม้ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร จะเคยยืนยันเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาทีมในระยะยาวก็ตาม