ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าเสียงโห่จากแฟนบอลปีศาจแดงหลังจบเกมที่เปิดบ้านเสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 ถือเป็นเรื่องที่สร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเองอย่างมาก หลังทีมพลาดเก็บชัยชนะทั้งที่คู่แข่งเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน และมาเสียประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
คาร์ริคยอมรับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นเกมได้ไม่ดีนัก และต้องใช้เวลาในการปรับจังหวะการเล่น ก่อนที่สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่เขามองว่าลูกทีมทำผลงานได้เหนือกว่าคู่แข่งในหลายด้าน
“มันเป็นเกมที่หลากหลายและผสมปนเปกันไป เราพบว่ามันยากในช่วงออกสตาร์ท ด้วยเหตุหลากหลายทำให้เรายังไม่เข้าที่เข้าทางนัก เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย” คาร์ริคกล่าว
- ‘อาร์เตต้า’ รับเจ็บปวดหลังเสียท่าถูกไบรท์ตันถล่ม 3-0
- ‘เอ็มเบอโม่’ กระตุ้นแข้งผีเดินหน้าต่อหลังโดนไก่ 10 คนไล่เจ๊า
- ‘อลอนโซ่’ ยันเอง ‘ไกเซโด้’ คืนทัพก่อนดวลบอร์นมัธ
“แต่ลูกทีมก็ค่อยๆ ปรับตัวและทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในครึ่งหลังผมมองว่าเราทำได้ดีกว่าในทุกด้าน เมื่อเราคุมเกมได้ตามที่ต้องการและอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ เราก็ควรจะรักษามันไว้จนจบเกมได้ เราต้องรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นให้ดี นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เรามาเสียประตูในช่วงท้ายเกมซึ่งส่งผลเสียหายต่อเราอย่างมาก ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว นั่นคือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น”
เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่ทีมเข้าสู่เกมได้ช้า คาร์ริคระบุว่า “ผมไม่คิดว่าเป็นเพราะขาดความมั่นใจหรอก แต่เกมฟุตบอลมันสามารถหลุดมือไปได้ง่ายและรวดเร็วมาก เราสามารถกลับมาสู่เกมและสร้างสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้ตัวเองได้แล้วแท้ๆ ซึ่งนั่นคือหนึ่งในสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุด”
ส่วนเสียงโห่จากแฟนบอลทั้งในช่วงพักครึ่งและหลังจบเกม กุนซือผีแดงยอมรับอย่างเปิดเผยว่า “มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย มันเจ็บปวดมากเพราะผมรักสโมสรแห่งนี้ แต่ผมก็เข้าใจถึงความผิดหวังนั้น ความจริงก็คือความจริง เราจำเป็นต้องกลับมาคว้าชัยชนะให้ได้อีกครั้ง”